วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

สรุปงานวิจัย


ทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่เล่นเกมการศึกษาเน้นเศษส่วนของรูปเรขาคณิต

ภาคผนวก




ทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่เล่นเกมการศึกษาเน้นเศษส่วนของรูปเรขาคณิต
การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย ดังนี้
1. เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการเล่นเกม
การศึกษาที่เน้นเศษส่วนของรูปเรขาคณิต
2. เพื่อศึกษาระดับและการเปลี่ยนแปลงทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยก่อน
และหลังการเล่นเกมการศึกษาที่เน้นเศษส่วนของรูปเรขาคณิต
ความสำคัญของการวิจัย
เพื่อศึกษาผลของการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากการเล่นเกมการศึกษา เน้น
เศษส่วนของรูปเรขาคณิต การเปรียบเทียบ การจำแนก การจัดหมวดหมู่ การเรียงลำดับ การบอกตำแหน่ง
การนับเลข ของเด็กปฐมวัย ซึ่งจะเป็นแนวทางในการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็ก
ปฐมวัย สำหรับครู ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
1. การกำหนดประชากรและการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง
2. การสร้างเครื่องมือที่ใช้งานในการวิจัย
3. การเก็บรวบรวมข้อมูล
4. การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล
ข้อสังเกตที่ได้รับจากการวิจัย
1. สัปดาห์แรกเด็กต้องการปรับตัวในการเล่นเกมการศึกษาเน้นเศษส่วนของรูปเรขาคณิต
เนื่องจากเป็นเกมใหม่ที่เด็กยังไม่เคยเล่น
2. ในขณะที่เด็กเล่นเกมการศึกษาเน้นเศษส่วนของรูปเรขาคณิต เด็กจะเล่นด้วยวิธีการที่
แตกต่างจากคำแนะนำจากครู
3. เด็กมีความกระตือรือร้นในการเล่นเกมการศึกษาเน้นเศษส่วนของรูป
4. เด็กมีความสนใจในเกมการศึกษาเน้นเศษส่วนของรูปเรขาคณิต
การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยดำเนินการเสนอการวิเคราะห์ข้อมูลและการแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ในการทดลองตามลำดับ ดังนี้
1. การเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังที่ได้รับการจัด
กิจกรรมการเล่นเกมการศึกษาเน้นเศษส่วนรูปเรขาคณิตโดยรวมและรายด้าน
2. ระดับทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังที่ได้รับการจัดกิจกรรม
การเล่นเกมการศึกษาเน้นเศษส่วนรูปเรขาคณิต
3. การเปลี่ยนแปลงทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรม
การเล่นเกมการศึกษาเน้นเศษส่วนรูปเรขาคณิต
สรุปผลการวิจัย
1. ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ทั้งโดยรวมและรายด้านของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรม
เล่นเกมการศึกษาเน้นเศษส่วนรูปเรขาคณิตสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมเกมการศึกษา เน้นเศษส่วนของ
รูปเรขาคณิต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
2. เด็กปฐมวัยมีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ทั้งโดยรวมและรายด้าน หลังการจัดกิจกรรม
เกมการศึกษาเน้นเศษส่วนของรูปเรขาคณิตอยู่ในระดับดี โดยมีการเปลี่ยนแปลงทักษะพื้นฐานทาง
คณิตศาสตร์ สูงขึ้นในรายด้าน คือ ด้านการเรียงลำดับเป็นอันดับแรก ด้านการเปรียบเทียบเป็นระดับ
ที่สอง ด้านการจัดหมวดหมู่ ด้านการบอกตำแหน่ง ด้านการรู้ค่ารู้จำนวน ตามลำดับ


วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สัปดาห์ที่16

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556

   อาจารย์ให้เข้าร่วมกิจกรรม  โครงการส่งเสริมการใช้แก้วน้ำส่วนตัว

กลุ่มที่3 สอบสอน  หน่วย ธรรมชาติ(ทะเลแสนงาม)
-ใช้คำถามเด็กๆเคยไปเที่ยวทะเลไหม แล้วที่ทะเลมีสัตว์อะไรบ้าง
-ใช้นิทานเป็นสื่อในการสอน นิทานเรื่อง โลกใต้ท้องทะเล
นิทานเรื่อง โลกใต้ท้องทะเล

กลุ่มที่4  หน่วย  ผม
-ชนิดของผม

  ผมมัน   
ลักษณะผมดูลีบ ขาดชีวิตชีวา เพราะต่อมไขมันบริเวณหนังศีรษะผลิตไขมันหล่อเลี้ยงมากเกินไป หรือเกิดจากความชื้นในอากาศ นอกจากนี้ความมันของผม ยังอาจมาจากการใช้ครีมนวดผม หรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมมากเกินไป
ผมแห้ง
ลักษณะผมจะดูด้าน ขาดความเงางาม ดูแล้วรู้สึกหยาบกระด้าง เพราะหนังศีรษะผลิตไขมันมาหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ หรือสาเหตุจากการดัดและย้อมสีผมบ่อยเกินไป หรือตากแดดมากเกินไป ผมจึงถูกทำลายโดยแสงแดด หรือเป็นเพราะท่านสุขภาพไม่ดี ร่างกายอ่อนล้า ขาดสารอาหารทำให้ผมไม่แข็งแรงไปด้วย     
ผมแตกปลาย
เป็นอีกหนึ่งลักษณะของผมแห้ง ดูขาดชีวิตชีวาและแตกบริเวณส่วนปลายผม เกิดขึ้นเพราะเปลือกด้านนอกสุดของเส้นผม (Cuticle) เสียหายมาก จนกระทั่งแกนผม (Cortex) แห้งและแตกจากการแปรงผมอย่างรุนแรง หรือโดนความร้อนจากไดร์เป่าผม
ผมเป็นรังแค
เกิดจากหนังศีรษะที่แห้งและแตกเป็นขุยเนื่องจากความระคายเคือง การชะล้างแชมพูหรือครีมนวดผมออกไม่หมดจนเกิดการระคายเคืองหนังศีรษะ หรือเกิดจากความเครียด ทำให้ภูมิต้านทานลดลงจนเกิดเชื้อราขึ้น เชื้อรานี้จะเป็นสาเหตุของรังแคซึ่งแก้ไขได้ค่อนข้างยาก
ผมฟู
ลักษณะผมชนิดนี้จะดูแห้งขาดความชุ่มชื้น ขาดน้ำหนัก
ผมธรรมดา
ลักษณะทั่วไปจะง่ายต่อการจัดทรง มีการหล่อเลี้ยงของไขมันบนหนังศีรษะอย่างสมดุล ทำให้เส้นผมเรียบลื่น เงางาม ไม่มันจนเกินไปและยังไม่มีปัญหาเรื่องรังแคหรือหนังศีรษะแห้งด้วย
 ผมเส้นเล็ก
ลักษณะผมเป็นเส้นเล็กดูกระจัดกระจาย ไร้น้ำหนัก ผมดูลีบแนบหนังศีรษะ และจัดทรงยาก มักเกิดภาวะไฟฟ้าสถิตย์เสมอทำให้ผมดูกระจายไร้ทิศทาง

-ลักษณะของผม
-หน้าที่ของผม
-ประโยชน์ของผม
-วิธีดูแลรักษา
-อาชีพที่เกิดจากผม

สัปดาห์ที่15

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2556
การเรียนการสอน
กลุ่มที่2   สอบสอน หน่วย ต้นไม้
วันจันทร์  ชนิดของต้นไม้
การสอน -การนำต้นไม้มาให้เด็กๆได้เห็นภาพจริง และได้สัมผัสของจริง
ต้นไม้ที่ครูนำมาคือต้นมะขามและต้นผักชี แล้วให้เด็กๆแยกประเภท


วันอังคาร   ลักษณะของต้นไม้
การสอน - เมื่อวานเด็กๆได้รู้จักต้นอะไรบ้างค่ะ
คูณครูนำต้นมะขามและต้นผักชี มาให้เด็กๆสังเกต สิ่งที่เด็กต้องสังเกตคือ
ราก ใบ ลำต้น  แล้วบอกความแตกต่างของแต่ละต้น แล้วเขียนแผนผังแสดงการเปรียบเทียบ
วันพุธ    ส่วนประกอบของต้นไม้

การสอน   -คุณครูใช้คำถามทบทวนเด็กๆ ที่เรียนไปเมื่อวาน
คุณครูนำรูปต้นไม้ทั้งสองต้นมาให้เด็กๆดู
-เด็กๆคิดว่าส่วนประกอบของต้นไม้มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง
-ครูยกตัวอย่างการเรีบยเทียบต้นไม้กับคน เช่น ราก=ปาก
วันพฤหัสบดี   ประโยชน์ของต้นไม้
การสอน   -  ครูใช้นิทานเป็นสื่่อการสอนเพื่อให้เด็กๆทราบถึงประโยชน์ของต้นวัน
วันศุกร์   อันตรายจากต้นไม้
-ครูบอกอันตรายรอบตัวเด็กเกี่ยวกับต้นไม้
-ครูพาเด็กออกไปดูต้นไม้นอกห้องเรียน

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สัปดาห์ที่14

วันที่ 31 มกราคม  2556
การเรียนการสอน
    กลุ่มของข้าพเจ้าออกไปสาธิตการสอน เรื่องหน่วย  ดิน
ข้าพเจ้าได้สอนเดินเรื่อง โทษของดิน   โดยจะมีการสอนดังนี้
1. ถามเด็กๆว่า ดินเหนียวสามารถปั้นเป็นรูปทรงคณิตอะไรได้บ้าง
2.แล้วเก็บข้อมูลว่าเด็กตอบว่า รูปทรงอะไรบ้าง ที่เด็กรู้จัก
3.จากนั้นสอนเรื่องโทษของดินให้แก่เด็ก เพื่อที่เด็กจะได้ระมัดระวังในการปั้นดินเหนียว
4.แล้วเชื่อมโยงการสอนโดยการเล่านิทานให้เด็กฟัง


ค้นคว้าเพิ่มเติม
ความหมายของดิน

 
          พิจารณาตามลักษณะการเกิดของดิน หมายถึง เทหวัตถุธรรมชาติ ซึ่งปกคลุมผิวโลกบางๆ เกิดจากผลของการแปรสภาพหรือผุพังของหินและแร่ รวมทั้งอินทรียวัตถุผสมคลุกเคล้ากัน

 พิจารณาตามลักษณะการใช้ที่ดินให้เป็นประโยชน์ต่อการเพาะปลูก หมายถึง เทหวัตถุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติรวมกันเป็นชั้น จากส่วนผสมของแร่ธาตุต่างๆ ที่สลายตัวเป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย กับอินทรียวัตถุที่
เน่าเปื่อยผุพังอยู่ร่วมกันเป็นชิ้นบางๆห่อหุ้มผิวโลก เมื่อมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะเป็นส่วนช่วยในการยังชีพและการเจริญเติบโตของพืชด้วย



ส่วนประกอบของดิน

ดินในแต่ละพื้นที่จะมีส่วนประกอบที่แตกต่างกัน โดยความแตกต่างนี้จะมีมากขึ้นหากมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องและใช้ประโยชน์จากดินในทุกลักษณะ ส่วนประกอบของดินมี 4 ส่วนใหญ่ๆ คือ

             แร่ธาตุ เป็นส่วนที่เกิดจากแร่และหินต่างๆ สลายตัวโดยทางเคมีกายภาพ และชีวเคมี อันเป็นแหล่งกำเนิดธาตุอาหารและควบคุมโครงสร้างของดิน

            อินทรียวัตถุ - เป็นส่วนที่เน่าเปื่อยผุพัง หรือเกิดจากการสลายตัวของเศษพืช อันจะเป็นแหล่งกำเนิดธาตุอาหารของดิน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพลังงานแก่จุลินทรีย์ดินอีกด้วย

            อากาศ เป็นช่องว่างระหว่างก้อนดินหรืออนุภาคดินซึ่งมีอากาศอยู่ โดยคิดเป็นร้อยละประมาณ 45 ของส่วนประกอบทั้งหมด

            น้ำ เป็นส่วนที่พบอยู่ในช่องว่างของดินหรืออนุภาคของดิน

            ดินที่มีคุณภาพดีและให้ผลผลิตสูงควรที่จะมีส่วนประกอบตามสัดส่วนดังนี้ แร่ธาตุร้อยละ 45, อินทรียวัตถุร้อยละ 5, อากาศร้อยละ 25 และน้ำร้อยละ 25 

 มลพิษทางดิน

    มลพิษทางดิน หมายถึงดินที่เสื่อมค่าไป จากเดิม และหรือมีสารมลพิษเกินขีดจำกัดจนเป็นอันตราย
ต่อสุขภาพ และพลานามัย ตลอดจน การเจริญเติบโตของพืช และสัตว์ ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม (เกษม จันทร์แก้ว . 2530 : 162)

        ปัญหามลพิษของดิน เกิดขึ้นจากการทำลายหรืการเกิดการถดถอยของคุณภาพหรือคุณลักษณะของสภาวะใดสภาวะหนึ่ง ที่เกิดจากมลสาร (Pollutant) ที่ก่อให้เกิดมลภาวะ ดินเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็ก สามารถฟุ้งกระจายไปในอากาศ ดินจะมลสารที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งความรุนแรงนั้นขึ้น อยู่กับจะขึ้นกับว่าอนุภาคดินนั้นมีองค์ประกอบอย่างไร สภาพทางอุตุนิยมวิทยา สภาพพื้นที่ เป็นต้น ในกรณีที่คล้ายคลึงกัน หากอนุภาคดินถูกพัดพาไปยังแหล่งน้ำ ดินที่เป็นมลสารจะก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางน้ำ โดยตรงทั้งทางคุณภาพและปริมาณ อีกทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาโดยอ้อมเมื่ออนุภาคดินนั้นมีธาตุอาหารที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชน้ำ ก่อให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนในแหล่งน้ำ สัตว์น้ำในแหล่งน้ำนั้นได้รับผลกระทบเกิดกลิ่นเหม็นของก๊าซไข่เน่า (hydrogen sulfide, H2S)

           ในขณะเดียวกันดินเป็นแหล่งรองรับของเสีย รองรับมลสารต่างๆ จากอากาศ จากน้ำ จากกิจกรรมในชีวิตประจำวันของมนุษย์ จากกิจกรรมต่างๆ ดินทำหน้าที่ในการดูดซับมลสารต่างๆ ซึ่งเปรียบได้กับการลดมลพิษ แต่หากดินทำหน้าที่ในการรับมลสารต่างๆ มากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มลสารที่ย่อยสลายไม่ได้ ปัญหามลพิษทางดินจะเกิดขึ้น มีผลทำให้ความสามารถของดินที่เป็นแหล่งธาตุอาหารของพืชลดลง ผลผลิต
ที่ได้ลดลง หรือคุณภาพของผลผลิตลดลงไม่เหมาะสมในการบริโภค เพราะมีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเกินกว่าระดับที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของมนุษย์ได้



วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สัปดาห์ที่13

วันที่ 24 มกราคม 2556

 การเรียนการสอน
          วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาเลือกหน่วยที่จะนำมาสอนเด็กปฐมวัย
 โดยจะต้องเป็นหน่วยที่ใกล้ตัวเด็กที่สุด หรือไม่ก็อาจเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ
ชีวิตประจำวันของตัวเด็ก


         หน่วยบูรณาการในความหมายของหน่วยบูรณาการโดยทั่วไป หมายถึง การจัดนำเนื้อหาสาระการเรียนรู้ที่หลากหลายสาขาวิชามากำหนดภายใต้หัวข้อเรื่อง (Theme) มโนทัศน์ (Concept) หรือปัญหา (Problem) ที่เกี่ยวข้องกันและเชื่อมโยงกับชีวิตจริง ซึ่งเป็นการผสมผสานอย่างกลมกลืนและสมดุล นำไปสู่การจัดกิจกรรมที่หลากหลายทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสาระที่ควรเรียนรู้ ได้รับประสบการณ์สำคัญ ทำให้เกิดการพัฒนาตามวัตถุประสงค์ของการศึกษาทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ
หน่วยการเรียนรู้ระดับการศึกษาปฐมวัย

         การจัดหน่วยการเรียนรู้ระดับการศึกษาปฐมวัยนั้นจะกำหนดให้สอดคล้องตามสาระและประสบการณ์สำคัญที่เสนอไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2546 ดังนี้
 1. 1. ตัวเด็ก 1. ด้านร่างกาย
- ร่างกายและการดูแล การทำงาน ประสานสัมพันธ์การเคลื่อนไหว
- ประสาทสัมผัส การทรงตัว กล้ามเนื้อเล็ก กล้ามเนื้อใหญ่
- สุขนิสัย ความปลอดภัย การรักษาสุขภาพ ความปลอดภัย
- การช่วยเหลือตนเอง สุขนิสัย
- การแสดงความคิด อนามัยส่วนตัว
- ความรู้สึก มารยาท อนามัยส่วนรวม
- การอยู่ร่วมกับผู้อื่น 2. ด้านอารมณ์ จิตใจ
2. บุคคลและสถานที่แวดล้อม สุขภาพจิต
- ครอบครัว บุคคลใกล้ชิด สุนทรียภาพ
- ชุมชน คุณธรรมพื้นฐาน
- สถานศึกษา จริยธรรม
- วันสำคัญ การแสดงออกทางอารมณ์
- อาชีพ 3. ด้านสังคม
- สถานที่ในสิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือตนเอง
- วัฒนธรรม, ประเพณี การอยู่ร่วมกับผู้อื่น
- ประวัติความเป็นมาของชุมชน รักความเป็นไทย
- เรื่องราวท้องถิ่น ความพอเพียง
3. ธรรมชาติรอบตัว อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- สิ่งมีชีวิต / ไม่มีชีวิต ทักษะพื้นฐานชีวิต
- ปรากฏการณ์ธรรมชาติ 4. ด้านสติปัญญา
- สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ คิดแก้ปัญหา
- การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คิดสร้างสรรค์
4. สิ่งต่าง ๆ รอบตัว ใฝ่เรียนรู้
- อาหาร, น้ำ, อากาศ ใช้ภาษาในการสื่อสาร
- เครื่องมือเครื่องใช้ ทักษะพื้นฐานการเรียน
- การติดต่อสื่อสาร
- การเดินทางขนส่ง
- คณิต, วิทย์ในชีวิตประจำวัน

วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สัปดาห์ที่12

วันที่17 มกราคม 2556


              คุณภาพทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ในแต่ละช่วงอายุมีความซับซ้อนแตกต่างกัน ซึ่งคุณภาพทางคณิตศาสตร์ของเด็ก3 ปี ควรมีความสามารถดังนี้
          1) มีความรู้ ความเข้าใจและมีพัฒนาการด้านความรู้สึกเชิงจำนวนเกี่ยวกับจำนวนนับไม่เกินห้าและเข้าใจเกี่ยวกับการรวมกลุ่ม และการแยกกลุ่ม
          2) มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร และเวลา สามารถเปรียบเทียบและใช้คำเกี่ยวกับการเปรียบเทียบความยาว น้ำหนักและปริมาตร สามารถบอกกิจกรรมหรือเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน
          3) มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่ง สามารถใช้คำบอกตำแหน่งของสิ่งต่างๆ รู้จักทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ในชีวิตประจำวัน และใช้ทรงกลมทรงสี่เหลี่ยมุมฉาก สร้างสรรค์งานศิลปะ
          คุณภาพทางคณิตศาสตร์ของเด็กอายุ 4 ปี ควรมีความสามารถดังนี้
          1) มีความรู้ ความเข้าใจและมีพัฒนาการด้านความรู้สึกเชิงจำนวนเกี่ยวกับจำนวนนับไม่เกินสิบ และเข้าใจเกี่ยวกับการรวมกลุ่ม และการแยกกลุ่ม
          2) มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร และเวลา สามารถเรียงลำดับความยาวเย็น และเรียงลำดับกิจกรรม เหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา          
          3) มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่ง สามารถใช้คำบอกตำแหน่งและแสดงของสิ่งต่างๆ สามารถจำแนกทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก และใช้ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก กรวยทรงกระบอกสร้างสรรค์งานศิลปะ
          4) มีความรู้ ความเข้าใจ แบบรู้ของรูปที่มี รูปร่าง ขนาด สี ที่สัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถทำตำแหน่ง สามารถทำตามแบบรูปที่กำหนด
          คุณภาพทางคณิตศาสตร์ของเด็กอายุ 5 ปี ควรมีความสามารถดังนี้
          1) มีความรู้ ความเข้าใจและมีความพัฒนาการด้านความรู้สึกเชิงจำนวน เกี่ยวกับจำนวนนับไม่เกินยี่สิบ และเข้าใจเกี่ยวกับการรวมกลุ่ม และการแยกกลุ่ม
          2) มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร และเงิน สามารถวัดและบอกความยาว น้ำหนัก และปริมาตร โดยใช้เครื่องมือและหน่วยที่ไม่ใช่มาตรฐาน สามารถเรียงลำดับชื่อวันในหนึ่งสัปดาห์และบอกกิจกรรมหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้ เข้าใจเกี่ยวกับเงิน สามารถบอกชนิดและค่าของเงินเหรียญและธนบัตร
          3) มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่ง ทิศทางและระยะทางสามารถใช้คำบอกตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทาง และแสดงตำแหน่งทิศทาง และระยะทางของสิ่งต่างๆ สามารถจำแนกทรงกลมทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก กรวย ทรงกระบอก และจำแนกรูปวงกลม รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม สามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงรูปเรขาคณิตสองมิติที่เกิดจากการตัด ต่อเติม พับ หรือคลี่และสร้างสรรค์งานศิลปะจากรูปเรขาคณิตสามมิติและสองมิติ
          4) มีความรู้ ความเข้าใจ แบบของรูปที่มีรูปร่าง ขนาดสี ที่สัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่งสามารถต่อแบบรูปที่กำหนดและสร้างเพิ่มเติม
          5) มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและการนำเสนอข้อมูล ในรูปแผนภูมิอย่างง่าย



                             

สัปดาห์ที่11

วันที่10 มกราคม 2556
      การเรียนการสอน

การทำ Mind mapping การแตกความคิดจาดเนื้อหา
    พัฒนาการของเด็กแรกเกิดถึง6ปี
-เด็กแรกเกิด ถึง 6ปี  ใช้ประสาทสัมผัส
-เด็ก 2-4 ปี     เริ่มพูดได้
-เด็ก 4-6 ปี     มีเหตุมีผล
 
   แตกสาระ mind mapping ออกมาจากการคิดวิเคราะห์
-ลงมือกระทำกับวัตถุเป็นวิธีการเรียนรู้
-ประสบการณ์สำคัญ เป็นตัวที่เด็กลงมือกระทำ

ให้เด็กลงมือกระทำ

           มาตรการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายสำคัญในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก รวมทั้งเป็นแนวทางในการกำกับ ตรวจสอบและประเมินผล มาตรฐานการเรียนรู้จัดให้อยู่ใต้สาระหลัก ดังนี้
          สาระที่ 1 : จำนวนและการดำเนิน มาตรฐาน ค.ป.1.1 :เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง
          สาระที่ 2 : การวัด มาตรฐาน ค.ป.2.1 : เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด ความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน และเวลา
          สาระที่ 3 : เรขาคณิต มาตรฐาน ค.ป.3.1 : รู้จักใช้คำในการบอกตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทาง มาตรฐาน ค.ป.3.2 : รู้จักจำแนกรูปเรขาคณิต และเข้าใจการเปลี่ยนรูปเรขาคณิตที่เกิดจากการจัดกระทำ
          สาระที่ 4 : พีชคณิต มาตรฐาน ค.ป.4.1 : เข้าใจแบบรูปและความสัมพันธ์
          สาระที่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็นมาตรฐาน ค.ป.5.1 : รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อมและนำเสนอ
          สาระที่ 6 : ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ การจัดการประสบการณ์การเรียนรู้ ครูควรคอยสอดแทรกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ตามความเหมาะสมกับระดับอายุ

สัปดาห์ที่10

วันที่3 มกราคม 2556
     
                การเรียนการสอน
     อาจารย์ได้ให้นักศึกษานำกระดาษลังที่เตรียมมา มาตัดเป็นรูปทรงตามที่อาจารสั่ง
โดยนำมาใช้เป็นสื่อในการสอนเด็กให้เด็กรู้จักรูปทรง และเป็นการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์

สัปดาห์ที่9

วันที่27 ธันวาคม 2555

ไม่มีการเรียนการสอน
     
                   เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่



วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556

สัปดาห์ที่8

วันที่20 ธันวาคม 2555
        

                                      สอบกลางภาค



  

สัปดาห์ที่7

วันที่13 ธันวาคม 2555

 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย
      มาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายสำคัญในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก รวมทั้งเป็นแนวทางในการกำกับ ตรวจสอบ และประเมินผล มาตรฐานการเรียนรู้จัดให้อยู่ภายใต้สาระหลัก ดังนี้
      สาระที่ 1 : จำนวนและการดำเนินการ มาตรฐาน ค.ป. 1.1 : เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวน และการใช้จำนวนในชีวิตจริง
      สาระที่ 2 : การวัด มาตรฐาน ค.ป. 2.1 : เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด ความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงินและเวลา
      สาระที่ 3 : เรขาคณิต มาตรฐาน ค.ป. 3.1 : รู้จักใช้คำในการบอกตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทาง มาตรฐาน ค.ป. 3.2 : รู้จัก จำแนกรูปเรขาคณิต และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงรูปเรขาคณิตที่เกิดจากการจัดกระทำ
      สาระที่ 4 : พีชคณิต มาตรฐาน ค.ป. 4.1 : เข้าใจแบบรูปและความสัมพันธ์
      สาระที่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค.ป. 5.1 : รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อม และนำเสนอ
      สาระที่ 6 : ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ครูควรคอยสอดแทรกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ตามความเหมาะสมกับระดับอายุ
            นางเชอรี่ อยู่ดี หัวหน้าสาขาคณิตศาสตร์ประถมศึกษา สสวท. ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางการจัดทำคู่มือกรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ได้กล่าวถึงปัจจัยสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้คณิตศาสตร์ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การจัดประสบการณ์เรียนรู้คณิตศาสตร์บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้มี 4 ประการ ได้แก่ ผู้บริหาร ซึ่งมีบทบาทในการจัดสรรงประมาณ จัดหาสื่ออุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เพียงพอ การบริหารประสานงาน วางแผนกำกับดูแล สร้างขวัญกำลังใจครูผู้สอน ส่งเสริมความสามารถของเด็กทุกด้าน วางนโยบายการนิเทศภายในให้ชัดเจน และประเมินผลการปฏิบัติงานของครูผู้สอนรอบด้านอย่างยุติธรรม ครูผู้สอน ซึ่งควรจะมีการพัฒนาความรู้ จัดกิจกรรมหลากหลาย มีจรรยาบรรณในวิชาชีพครู เด็ก ต้องมีความสนใจใฝ่รู้ ช่างสังเกตซักถาม คาดเดา อธิบายเหตุผลของตนเอง สภาพแวดล้อม หรือความพร้อมของสถานศึกษา ห้องเรียน นอกจาก 4 ปัจจัยดังกล่าวแล้วยังต้องการบทบาทการสนับสนุนจากผู้ปกครองด้วย
      คุณภาพทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ในแต่ละช่วงอายุ มีความซับซ้อนแตกต่างกัน ดังนี้
      คุณภาพทางคณิตศาสตร์ของเด็กอายุ 3 ปี ควรมีความสามารถดังนี้ 1) มีความรู้ ความเข้าใจและมีพัฒนาการด้านความรู้สึกเชิงจำนวน เกี่ยวกับจำนวนนับไม่เกินห้า และเข้าใจเกี่ยวกับการรวมกลุ่ม และการแยกกลุ่ม 2) มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร และเวลา สามารถเปรียบเทียบ และใช้คำเกี่ยวกับการเปรียบเทียบความยาว น้ำหนัก และปริมาตร และเวลา สามารถเปรียบเทียบ และใช้คำเกี่ยวกับการเปรียบเทียบความยาว น้ำหนัก และปริมาตร สามารถบอกกิจกรรมหรือเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน 3) มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่ง สามารถใช้คำบอกตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆรู้จักทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากจากสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และใช้ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก สร้างสรรค์งานศิลปะ
       คุณภาพทางคณิตศาสตร์ของเด็กอายุ 4 ปี ควรมีความสามารถดังนี้ 1) มีความรู้ ความเข้าใจและมีพัฒนาการด้านความรู้สึกเชิงจำนวน เกี่ยวกับจำนวนนับไม่เกินสิบ และเข้าใจเกี่ยวกับการรวมกลุ่ม และการแยกกลุ่ม 2) มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร และเวลา สามารถเรียงลำดับความยาวน้ำหนัก ปริมาตร และเวลา สามารถบอกกิจกรรมหรือเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเช้า เที่ยง เย็น และเรียงลำดับกิจกรรม หรือเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันตามช่วงเวลา 3) มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่ง สามารถใช้คำบอกตำแหน่งและแสดงของสิ่งต่าง ๆ สามารถจำแนกทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก และใช้ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก กรวย ทรงกระบอกสร้างสรรค์งานศิลปะ 4) มีความรู้ ความเข้าใจ แบบรูปของรูปที่มีรูปร่าง ขนาด สี ที่สัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถทำตามแบบรูปที่กำหนด

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สัปดาห์ที่6

วันที่6 ธันวาคม 2555
การเรียนการสอน
  - อาจารย์แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 10คน
  - นำกล่องที่เตรียมมา มาประดิษฐ์ตามที่อาจารย์สั่ง
  - โดยกลุ่มของข้าพเจ้าประดิษฐ์เป็นรูปหุ่นยนต์ มีชื่อว่าโบ้

หุ่นยนต์ ชื่อโลโบ้


ทำไมต้องกล่อง ?

            กล่องเครื่องดื่ม หมายถึง กล่องที่ใช้บรรจุเครื่องดื่ม หรืออาหารเหลวประเภทนม น้ำผลไม้ ชา กาแฟ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
         1. กล่องยูเอชที มีกระดาษ อะลูมิเนียมฟอยล์ และพลาสติก ประเภทโพลีเอททีลีน เป็นส่วนประกอบ ซึ่งช่วยให้ผลิตภัณฑ์ที่บรรจุ สามารถเก็บไว้ได้นาน โดยไม่ต้องแช่เย็น
         2. กล่องพาสเจอไรซ์ มีส่วนประกอบเป็นกระดาษ และพลาสติก เท่านั้น จึงต้องแช่เย็น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่เก็บไว้ได้นาน
            ปัจจุบันกล่องเครื่องดื่ม เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยคุณสมบัติกล่องปลอดเชื้อที่คงคุณค่า และเก็บความสดใหม่ให้กับเครื่องดื่มได้นานถึง 6 เดือนโดยไม่ต้องใส่วัตถุกันเสีย และไม่ต้องแช่เย็น จึงปลอดภัย สำหรับผู้บริโภคทุกวัย โดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่ต้องดื่มนมเป็นประจำ เมื่อไม่ต้องแช่เย็นก็ไม่ต้อง เปลืองค่าไฟ น้ำหนัก กล่องเบายังช่วยประหยัดเชื้อเพลิงในการขนส่ง กระดาษซึ่งเป็นวัสดุหลักในการผลิตกล่อง มาจากสวนป่า ที่ปลูกทดแทนต่อเนื่องพร้อมหมุนเวียนมาใช้ใหม่ ( renewable) จึงไม่ต้องทำลายป่าไม้จากธรรมชาติ กล่องเครื่องดื่ม จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่รักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่กระบวนการผลิต จนถึงการนำไปรีไซเคิล ซึ่งไม่มีส่วนใด เหลือทิ้งเป็นขยะเลย

            ในแต่ละปีกล่องเครื่องดื่มกว่า 3,000 ล้านใบ ถูกทิ้งไปโดยไม่มีใครรู้ถึงคุณค่า ว่ามันสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ ดังนั้น เรามาเป็นผู้บริโภคที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการเก็บกล่องเครื่องดื่มส่งไปรีไซเคิลกันเถอะ

ประโยชน์ที่ได้จากกล่อง   
 
          กล่องเครื่องดื่มที่นำมาผลิตแผ่นไม้กระดาน จะถูกตัดย่อยเป็นชิ้นเล็กๆก่อนที่จะนำมาโรยบนแผ่นเหล็ก เพื่อขึ้นรูปแผ่นตามความหนาที่ต้องการ จากนั้นจำนำเข้าเครื่องอัดร้อนที่อุณภูมิประมาณ 170 องศาเซลเซียส เพื่อหลอมพลาสติกที่มีอยู่ในกล่อง แล้วจึงนำไปเข้าเครื่องอัดเย็น ทั้งนี้ พลาสติกจะเป็นตัวยึดกระดาษและอลูมิเนียมให้ติดกันโดยไม่ต้องใช้กาว หรือสารเคมีใดๆ ในขั้นตอนการผลิต คุณสมบัติของแผ่นไม้กระดานที่ผลิตจากกล่องเครื่องดื่ม
1. ผลิตจากวัสดุเหลือใช้
2. สามารถกันน้ำได้อย่างดี
3. สามารถดัดโค้งและทำเป็นรูปร่างต่างๆได้ตามความต้องการ
4. ปราศจากสารฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งต่างจาก particleboard หรือ MDF
5. ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของลักษณะพื้นผิว
6. เป็นฉนวนกันความร้อนและเสียงได้อย่างดี
7. สามารถกันปลวกได้ 100% และไม่เป็นผุยผง
8. สามารถเลื่อย ตัด ดัด ติดกาว เจาะและยึดด้วยตะปูได้เช่นเดียวกับแผ่นไม้ชนิดอื่นๆ     

      นอกจากจะใช้ผลิตกระดาษรีไซเคิลแล้ว กล่องเครื่องดื่มยังสามารถนำไปผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่อนำไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี เช่น ที่รองแก้ว , ที่วางซีดี , ที่ใส่ของ , กระเป๋า และเครื่องใช้อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งหากเป็นผลิตภัณฑ์ด้านพลาสติกแล้ว สามารถที่จะตอบสนองความต้องการที่จะนำส่วนประกอบเหล่านี้ไปใช้ได้ อย่างไม่ยากเย็นนัก

สัปดาห์ที่5

วันที่29 พฤศจิกายน 2555

 การเรียนการสอน
  -จับคู่ 2คน ออกมานำเสนอขอบข่าย หน้าชั้นเรียน
  -เขียนความรู้สึกที่เรียนในวันนี้
      
         ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
เพ็ญจันทร์ เงียบประเสริฐ (2542: ระดับปฐมวัย14 – 18) กล่าวถึงขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย ไว้ดังนี้
1. การนับ เป็นคณิตศาสตร์เกี่ยวกับตัวเลขอันดับแรกที่เด็กรู้จัก เป็นการนับอย่างมีความหมาย เช่น การนับตามลำดับตั้งแต่ 1ถึง 10 หรือมากกว่านั้น
2. ตัวเลข เป็นการให้เด็กรู้จักตัวเลขที่เห็นหรือใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ให้เด็กเล่นของเล่นเกี่ยว กับตัวเลขให้เด็กได้นับและคิดเอง โดยผู้เลี้ยงดูเด็กเป็นผู้วางแผนจัดกิจกรรม
3. การจับคู่ เป็นการฝึกฝนให้เด็กรู้จักการสังเกต ลักษณะต่างๆ และจับคู่สิ่งที่เข้าคู่กัน เหมือนกันหรือ อยู่ประเภทเดียวกัน
4. การจัดประเภท เป็นการฝึกฝนให้เด็กรู้จักการสังเกตคุณสมบัติของ สิ่งต่างๆ ว่ามีความแตกต่าง หรือเหมือนกัน ในบาง เรื่อง และสามารถจัดเป็นประเภทต่าง ๆ ได้
5. การเปรียบเทียบ เด็กจะต้องมีการสืบเสาะและอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างของสองสิ่งหรือมากกว่า รู้จักใช้คำศัพท์ เช่น ยาวกว่า สั้นกว่า หนักกว่า เบากว่า ฯลฯ
6. การจัดลำดับ เป็นเพียงการจัดสิ่งของชุดหนึ่ง ๆ ตามคำสั่งหรือตามกฎ เช่น จัดบล็อก 5 แท่งที่มีความยาวไม่เท่ากันให้เรียงตามลำดับจากสูงไปต่ำ หรือจากสั่นไปยาง เป็นต้น
7. รูปทรงและเนื้อที่ นอกจากให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องรูปทรงและเนื้อที่จากการเล่นตาม ปกติแล้ว ผู้เลี้ยงดูเด็กยังต้องจัดประสบการณ์ให้เด็กได้เรียนรู้ เกี่ยวกับ วงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า ความ ลึกตื้น กว้างและแคบ
8. การวัด มักให้เด็กลงมือวัดด้วยตนเอง ให้รู้จักความยาวและ ระยะ รู้จักการชั่งน้ำหนัก และรู้จักการประมาณอย่างคร่าวๆ ก่อน ที่เด็กจะรู้จักการวัด ควรให้เด็กได้ฝึกฝนการเปรียบเทียบและ การจัดลำดับมาก่อน 9. เซต เป็นการสอนเรื่องเซตอย่างง่าย ๆ จากสิ่งรอบ ๆ ตัว มีการเชื่อมโยงกับสภาพรวม เช่น รองเท้ากับถุงเท้าถือเป็นหนึ่งเซต หรือในห้องเรียนมีบุคคลหลายประเภท แยกเป็นเซตได้ 2 เซต คือ นักเรียน ผู้เลี้ยงดูเด็กประจำชั้น เป็นต้น
10. เศษส่วน ปกติการเรียนเศษส่วนมักเริ่มเรียนในชั้นประถม แต่ผู้เลี้ยงดูเด็กปฐมวัยสามารถสอนได้โดยเน้นส่วนรวมให้เด็กเห็นก่อน การลงมือปฏิบัติเพื่อให้เด็กได้เข้าใจความหมายและมีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับครึ่งหรือ ?
11. การทำตามแบบหรือลวดลาย เป็นการพัฒนาให้เด็กจดจำรูปแบบหรือลวดลาย และพัฒนาการจำแนกด้วยสายตาให้เด็กฝึกสังเกต ฝึกทำตามแบบ และต่อให้สมบูรณ์
12. การอนุรักษ์หรือการคงที่ด้านปริมาณ ช่วงวัย 5 ปีขึ้นไป ผู้เลี้ยงดูเด็กอาจเริ่มสอนเรื่องการอนุรักษ์ได้บ้าง โดยให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้เด็กมีความคิดรวบยอดเรื่องการอนุรักษ์ที่ว่า ปริมาณของวัตถุจะยังคงที่ไม่ว่าจะย้ายที่หรือทำให้มีรูปร่างเปลี่ยนไปก็ตาม
ผู้สืบค้น นางสาวสรัญญา เสนาบุตร


สัปดาที่4

วันที่22 พฤศจิกายน 2555
  
  การจัดกิจกรรมคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
               ศิริลักษณ์ วุฒิสรรพ์ ( 2551: 28-29 ) กิจกรรมควรออกแบบให้กระตุ้นความคิดทางคณิตศาสตร์ ช่วยให้เด็กรู้สึกสบายๆ กับการแก้ปัญหา สร้างความรักความชอบต่อการทำคณิตศาสตร์ การประเมินผลเน้นการประเมินการจัดกิจกรรม และกิจกรรมต้องเน้นเด็กเป็นศูนย์กลางเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเด็ก เน้นการประสบการณ์ของเด็กเป็นรายบุคคล ปัญหาและคำตอบจะนำมาใช้ในแง่การวิเคราะห์และประเมินผล โดยการรวบรวมข้อมูลโดตัวเด็กเอง ครู ผู้ปกครอง การร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การรายงานผลการวิเคราะห์ให้กับผู้ปกครอง ตัวอย่างงานของเด็ก การบันทึกความก้าวหน้าของเด็กจะต้องมี กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับนิทาน เรื่องราวที่เป็นสถานการณ์เชื่อมโยงไปสู่การแก้ปัญหา ได้ทำกิจกรรมที่ช่วยให้เกิดการแก้ปัญหา รวมถึงกิจกรรมที่พัฒนาทักษะเกี่ยวกับการวัดความยาว พื้นที่ความจุปริมาตรและเวลา ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้การใช้ภาษา การจดบันทึกข้อมูล การคาดคะเนการประเมิน และวิธีการแสดงผลข้อมูล
       กิจกรรมคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
การนับถือว่าเป็นคณิตศาสตร์เกี่ยวกับตัวเลขอันดับแรกที่เด็กรู้จักเด็ก จะเชื่อมโยงตัวเลขกับสิ่งต่างๆกิจกรรมที่เกี่ยวกับการนับควร ให้เด็ก ได้ฝึกจากประสบการณ์จริง อาจให้นับกระดุมเสื้อ นับ ต้นไม้ในสนาม นับหลอดด้าย เป็นต้น

ตัวอย่างกิจกรรม เพื่อฝึกการนับและแยกประเภทจุดประสงค์ เพื่อฝึกการนับและการแยกประเภท
อุปกรณ์ 1. ส้ม 2-3 ผล
2. มะม่วง 2-3 ผล
3. เงาะ 2-3 ผล (เปลี่ยนเป็นผลไม้อื่น ๆ ได้ตามฤดูกาล)
4. การจาด 5. ผ้าสำหรับคลุม
ขั้นจัดกิจกรรม1. ผู้เลี้ยงดูเด็กนำส้ม มะม่วง เงาะ ใส่กระจาด แล้วใช้ผ้าคลุมไว้
2. ให้เด็กอาสาสมัครออกมาคลำและบอกว่าเป็นผลไม้อะไร
3. และถามว่าผลไม้ชนิดนั้นมีกี่ผล
4. เมื่อคลำจนครบ ผู้เลี้ยงดูเด็กเปิดผ้าคลุมออกให้เด็กบอกชื่อผลไม้ในกระจาดและช่วยกันนับจำนวนผลไม้
5. ให้เด็กอาสาสมัครออกมาช่วยกันแยกประเภทผลไม้
การประเมินผล สังเกต1. จากการร่วมกิจกรรม
2. จากการสนทนาตอบคำถาม
3. จากการค้นหาคำตอบด้วยตนเอง การจับคู่ ถือว่าเป็นกิจกรรมเบื้องต้นของคณิตศาสตร์อีกกิจกรรมหนึ่ง

ตัวอย่างกิจกรรม จับคู่ลูกหมูจุดประสงค์ เพื่อฝึกจับคู่สิ่งต่าง ๆ ให้เข้าพวกกัน
จุดมุ่งหมาย เพื่อให้เด็กรู้จักการสังเกตลักษณะของวัตถุหรือรูปภาพ ตั้งแต่เรื่องขนาด รูปทรง สี หรือลักษณะรายละเอียดอื่น ๆ
อุปกรณ์1. แผ่นผ้ายสำลี
2. ภาพลูกหมู
3 ภาพ 3 สี 3. ภาพบ้าน 3 หลัง (ทำตัวฟาง กิ่งไม้ อิฐ)
ขั้นจัดกิจกรรม
1. เล่าเรื่อง ลูกหมูสามตัวให้เด็กฟัง
2. สนทนาซักถามเกี่ยวกับเนื้อหาในนิทาน
3. ให้เด็กอาสาสมัครออกมาจับคู่ภาพลูกหมูกับบ้านที่ลูกหมูแต่ละตัวสร้าง
การประเมินผล สังเกต1. จากการร่วมกิจกรรม
2. จากกการสนทนาตอบคำถาม
3. จากการค้นหาคำตอบด้วยตนเอง การเปรียบเทียบ ต้องมีการสืบเสาะและอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างของสิงสิ่งว่ามีลักษณะเฉพาะอย่างไร สิ่งที่สำคัญในการเปรียบเทียบคือ เด็กจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของสิ่งนั้น และรู้จักคำศัพท์ที่จะต้องใช้ เช่น ยาวกว่า สั้นกว่า สูงกว่า เตี้ยกว่า ใหญ่กว่า เป็นต้น
ตัวอย่างกิจกรรม กระดุมหลากสีจุดประสงค์ เพื่อฝึกฝนการเปรียบเทียบ (มากกว่าและน้อยกว่า) โดยใช้กระดุม
อุปกรณ์ กระดุมจำหนึ่ง ที่มีสี รูปร่าง และขนาดต่างกัน
ขั้นจัดกิจกรรม1. หยิบกระดุม 5 เม็ด วางบนโต๊ะ โดยไม่จำเป็นต้องเรียงเป็นแถว
2. ให้เด็กดูพร้อมจำนวนกระดุม
3. ให้เด็กปิดตา แล้วหยิบกระดุมออก 1 เม็ด
4. ให้เด็กลืมตาแล้วบอกจำนวนกระดุมว่ามี มากกว่าหรือ น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับตอนแรก 5. อาจเปลี่ยนกิจกรรมจากการเปรียบเทียบจำนวนเป็นการเปรียบเทียบขนาดแทน
การประเมินผล สังเกต1. จากการร่วมกิจกรรม
2. จากการสนทนาตอบคำถาม
3. จากการค้นหาคำตอบด้วยตนเอง การอนุรักษ์หรือการคงที่ด้านปริมาณ เด็กปฐมวัยมักไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการคงที่ของปริมาตรวัตถุ ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงหรือย้ายที่ก็ตาม การอนุรักษ์ปริมาณของวัตถุควรเริ่มที่กิจกรรมการเล่นทราย และน้ำความคิดรวบยอดในเรื่องการอนุรักษ์ก็คือปริมาณของวัตถุจะยังคงที่ ไม่ว่าจะย้ายที่หรือทำให้มีรูปร่างเปลี่ยนไปก็ตาม

สัปดาห์ที่3

วันที่15 พฤศจิกายน 2555
การเรียนการสอน
 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
           ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย  คือ ช่วงอายุ  แรกเกิด – 6 ปี  เพราะการพัฒนาสมองของเด็กในวัยนี้จะพัฒนาไปถึง  80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่  ครูควรจะจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับการพัฒนาสมองของเด็กปฐมวัย  เด็กในวัยนี้จะมีการเรียนรู้ผ่านการเล่น  ครูจึงควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก  โดยผ่านการเล่น  เพื่อให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุข  จัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม  ดูแลด้านสุขนิสัยและโภชนาการที่เหมาะสม  เด็กจึงจะพัฒนาศักยภาพทางสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ



การจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพทางสมองจำเป็นต้องคำนึงถึงกระบวนการทำงานของสมอง และการทำงานให้ประสานสัมพันธ์กันของสมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา  ดังนี้
สมองซีกซ้ายจะควบคุมความมีเหตุผลเป็นการเรียนด้านภาษา  จำนวนตัวเลข  วิทยาศาสตร์  ตรรกศาสตร์  การคิดวิเคราะห์
สมองซีกขวาจะควบคุมด้านศิลปะ  จินตนาการ  ดนตรี  ระยะ  มิติ  ความคิดสร้างสรรค์
ครูควรจัดการเรียนรู้ให้เด็กได้ใช้ความคิด โดยผสมผสานความสามารถของการใช้สมอง ทั้งสองซีกเข้าด้วยกันเพื่อให้มองทั้งสองซีกเสริมส่งซึ่งกันและกัน  เด็กจะสามารถเรียนรู้ได้ดี  เป็นผลงานที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสามารถแสดงความมีเหตุผลในผลงานชิ้นเดียวกัน
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยควรคำนึงถึงสิ่งต่าง  ๆ ดังนี้

          1.การเคลื่อนไหวของร่างกาย  การเดิน  การยืน  การวิ่ง  การเคลื่อนไหวไปในทิศทางต่าง ๆ การเคลื่อนไหวอยู่กับที่และการเคลื่อนไหวเคลื่อนที่
          2.การรู้จักหาเหตุผล  ฝึกการสังเกต  เปรียบเทียบ  การจัดหมวดหมู่ของในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ขนาด  ปริมาณ  ตัวเลขต่าง ๆ
          3.มิติสัมพันธ์  การที่เด็กได้สัมผัสสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นของจริง  เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง การเข้าใจความสัมพันธ์ของระยะ  ตำแหน่งและการมองเห็น  การสังเกตรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว  เด็กจะสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
          4.ภาษาและการสื่อสาร  เป็นการใช้ภาษาสื่อสารโดยการปฏิบัติจริง  จากการพูด  การฟังการอ่านและการเขียน  การพูด  การฟังนิทาน  เด็กจะมีพัฒนาการทางภาษาที่ดีขึ้น
          5.ดนตรีและจังหวะ  ให้เด็กได้รู้จักฟังดนตรีแยกแยะเสียงต่าง ๆ ร้องเพลง  เล่นเครื่องดนตรี  เป็นการฝึกให้เด็กได้รู้จักจังหวะดนตรี
          6.การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น  ฝึกการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในด้านการช่วยเหลือ  เอื้อเฟื้อ  แบ่งปันเข้าใจผู้อื่น  เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น  ปฏิสัมพันธ์ในสังคมของมนุษย์เป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และสติปัญญา
                

      บทบาทของผู้ปกครองที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย

          1.เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยการลงมือกระทำโดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5
          2. ให้เด็กได้มีโอกาสพูดในสิ่งที่คิดและได้ลงมือกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง           

          3.ผู้ปกครองต้องรับฟังในสิ่งที่เด็กพูดด้วยความตั้งใจและพยายามเข้าใจเด็ก          
          4.ให้เด็กได้สัมผัสกับธรรมชาติเพื่อเปิดโอกาสในการเรียนรู้ของเด็กได้กว้างมากขึ้น
               การพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยนั้น  องค์ประกอบที่สำคัญ  คือ  อาหาร  พันธุกรรม 
สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ และอีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ  การเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ความคิดอย่างสม่ำเสมอ  ให้เด็กได้มีโอกาสใช้ความคิดหลากหลายแบบ  เช่น  คิดแสวงหาความรู้  คิดวิเคราะห์  คิดริเริ่มสร้างสรรค์  ผู้ปกครองและครูควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายให้เด็กได้ฝึกการคิดอย่างเหมาะสมกับวัย และมีความสุขที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆเพิ่มเติม  เพื่อการพัฒนาสมองอย่างมีประสิทธิภาพ


 -เทคนิคการเรียกเด็กเข้ากลุ่ม  โดยการร้องเพลง
         กลุ่มไหน  กลุ่มไหน              รีบเร็วไว หากลุ่มพลัน
         อย่ามัว.....ชักช้า                   เวลาจะไม่ทัน
         ระวังจะเดินชนกัน                 เข้ากลุ่มพลันว่องไว(ซ้ำ)